รู้จัก “ฝีที่รากฟัน” ก่อนเชื้อกระจาย

ฟันผุจนเป็นหนอง เกิดอะไรขึ้น? รู้จัก “ฝีที่รากฟัน” ก่อนเชื้อกระจาย
อาการปวดฟันจากฟันผุอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กในช่วงแรก แต่หากปล่อยให้ฟันผุลึกจนเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่โพรงประสาทฟัน การติดเชื้ออาจลุกลามไปถึงปลายรากและเกิดการสะสมของหนองที่เรียกว่า “ฝีที่รากฟัน” หรือ Tooth Abscess
ฝีที่รากฟัน (Periapical Abscess) คือการสะสมของหนองบริเวณปลายรากฟันจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายในฟัน
ภายในฟันมี โพรงประสาทฟัน (Dental Pulp) ซึ่งประกอบด้วยเส้นประสาท หลอดเลือด และเนื้อเยื่อ เมื่อฟันผุลึก เชื้อสามารถผ่านชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟันเข้าไปถึงโพรงประสาท ทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ก่อนลุกลามลงสู่ปลายรากฟันจนเกิดหนอง
จากฟันผุ กลายเป็นหนองที่รากฟันได้อย่างไร?
การติดเชื้อมักลุกลามเป็นลำดับดังนี้
ฟันผุระยะแรก → ฟันผุลึก → เชื้อเข้าสู่โพรงประสาท → ประสาทฟันอักเสบหรือตาย → เชื้อลงสู่ปลายราก → เกิดฝีและหนอง
หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อสามารถเคลื่อนลงไปยังบริเวณปลายรากฟันและทำให้เกิดฝีในที่สุด
อาการแบบไหนอาจเป็นฝีที่รากฟัน?
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
ปวดฟันรุนแรงหรือปวดตุบ ๆ ต่อเนื่อง
เจ็บเมื่อกัดหรือเคี้ยวอาหาร
เสียวหรือไวต่ออาหารร้อนและเย็น
เหงือกบวม แดง หรือมีตุ่มคล้ายสิว
มีหนองหรือน้ำรสขมหรือเค็มออกจากเหงือก
มีกลิ่นปากหรือรสชาติผิดปกติในปาก
แก้มหรือใบหน้าบวม
ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้กรามหรือลำคอบวม
มีไข้ร่วมกับอาการปวดหรือบวม
หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยเร็ว
หากไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้ออาจแพร่จากปลายรากฟันไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง กระดูกขากรรไกร ใบหน้า หรือลำคอได้ ในกรณีที่รุนแรง เชื้ออาจเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิด ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงไม่ควรปล่อยฝีที่รากฟันไว้โดยไม่รักษา
ฝีที่รากฟัน รักษาอย่างไร?
เป้าหมายหลักคือกำจัดต้นเหตุของการติดเชื้อ โดยทันตแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมตามสภาพฟัน
1. รักษารากฟัน
ทำความสะอาดคลองรากฟัน และอุดปิดคลองราก เพื่อกำจัดเชื้อและช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้
2. ระบายหนอง
หากมีฝีหรืออาการบวมมาก อาจจำเป็นต้องเปิดทางเพื่อระบายหนองและลดการอักเสบ
3. ถอนฟัน
หากฟันเสียหายมากจนไม่สามารถบูรณะหรือรักษาได้ อาจจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อกำจัดต้นเหตุของการติดเชื้อ
4. ยาปฏิชีวนะ
ทันตแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะในบางกรณี เช่น เชื้อแพร่กระจายออกจากบริเวณฟัน แต่ การรับประทานยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการรักษาต้นเหตุภายในฟันได้


